ข้ามไปเนื้อหาหลัก

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต · เล่ม ๒๐ · ข้อ ๖๖

กาลามสูตร

Kālāma Sutta · เกสปุตติสูตร

พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พวกกาลามะชาวเกสปุตตนิคม ที่สับสนกับคำสอนของนักบวชหลายสำนัก ทรงให้หลักพิจารณา 10 ประการ ก่อนเชื่อสิ่งใด — บางครั้งเรียกว่า "กฎแห่งความเชื่ออย่างมีเหตุผล"

บริบท — เหตุที่ทรงแสดง

พวกกาลามะกราบทูลว่า มีนักบวชและพราหมณ์หลายสำนักมาสอนที่หมู่บ้าน แต่ละสำนักยืนยันว่าตนถูก และโจมตีสำนักอื่นว่าผิด พวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครพูดจริง?พระพุทธเจ้าทรงตอบด้วยหลัก 10 ประการ

๑๐ สิ่งที่ไม่ควรเชื่อเพียงเพราะ…

มา = อย่าเชื่อ / อย่ายึดเพียงเพราะ…

1
ฟังตามกันมา มา อนุสฺสวเนน

เล่าลือต่อๆ กัน ไม่รู้ต้นสาย

2
ถือปฏิบัติสืบกันมา มา ปรมฺปราย

ทำตามแบบแผนที่สืบทอดกันมา

3
ข่าวเล่าลือ มา อิติกิราย

เขาว่า ได้ยินมาว่า

4
อ้างตำราคัมภีร์ มา ปิฏกสมฺปทาเนน

อยู่ในหนังสือหรือตำรา

5
ตรรกะ มา ตกฺกเหตุ

คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น

6
อนุมาน มา นยเหตุ

อนุมานจากสิ่งที่เห็น

7
ตรึกตามอาการ มา อาการปริวิตกฺเกน

ตรึกตามรูปลักษณ์หรืออาการ

8
เข้ากับทิฏฐิของตน มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา

ฟังแล้วถูกใจกับความเห็นของตน

9
ผู้พูดน่าเชื่อถือ มา ภพฺพรูปตาย

เพราะผู้พูดดูน่าเชื่อ

10
สมณะนี้เป็นครูของเรา มา สมโณ โน ครูติ

เพราะเขาเป็นครูหรืออาจารย์ของเรา

แล้วควรเชื่ออะไร?

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า เมื่อรู้ด้วยตนเองว่า —

ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล

มีโทษ นำทุกข์มาให้ ผู้รู้ติ

ละเสีย

ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล

ไม่มีโทษ นำสุขมาให้ ผู้รู้สรรเสริญ

ถือปฏิบัติ

พระพุทธพจน์

"กาลามะทั้งหลาย เมื่อใดท่านทั้งหลายรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ ธรรมเหล่านี้ผู้รู้สรรเสริญ ธรรมเหล่านี้เมื่อสมาทานแล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุข เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นแล้วอยู่"

— อํ.ติก. ๒๐/๖๖ · อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต

0 / 0
1x